Breaking News

ไซบีเรียน

Siberian Husky ไซบีเรียน ฮัสกี้

ไซบีเรียน ฮัสกี Siberian Husky เป็นสุนัขขนาดกลาง ขนฟูแน่น จัดอยู่ในกลุ่มสุนัขใช้งาน มีต้นกำเนิดทางตะวันออกของไซบีเรีย เพาะพันธุ์มาจากสุนัขในวงศ์สปิตซ์ มีลักษณะขน 2 ชั้นฟูแน่น, หางรูปเคียว, หูเป็นรูปสามเหลี่ยมตั้งชัน และลายที่เป็นลักษณะเฉพาะ

ไซบีเรียนฮัสกีเป็นสุนัขที่แข็งแรง คล่องแคล่ว เต็มไปด้วยพลัง และยืดหยุ่น เป็นคุณสมบัติที่สืบทอดจากบรรพบุรุษที่มาจากสิ่งแวดล้อมที่หนาวเย็นอย่างรุนแรงของไซบีเรีย และจากการเพาะพันธุ์ของชาวชุกชี (Chukchi) ที่อาศัยอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเอเชีย สุนัขถูกนำเข้ามาในอะแลสกา ระหว่างช่วงตื่นทองที่เมืองโนม (Nome) และแพร่เข้าสู่สหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดาในฐานะสุนัขลากเลื่อน ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นสุนัขเลี้ยงตามบ้านในภายหลังอย่างรวดเร็ว

ประวัติ ไซบีเรียน

ไซบีเรียน

สุนัขทุกสายพันธุ์ที่ถูกพัฒนาพันธุ์ขึ้นมีบรรพบุรุษเดียวกันนั่นคือสุนัขป่าโบราณ(วงศ์ Canidae) ไซบีเรียนฮัสกี, ซามอย, และอะแลสกันแมละมิวต์นั้นสืบสายพันธุ์โดยตรงจากสุนัขลากเลื่อน จากการวิเคราะห์ดีเอ็นเอที่ผ่านมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ช่วยยืนยันว่ามันเป็นหนึ่งในสุนัขที่มีการเพาะเลี้ยงมาแต่โบราณ คำว่า “ฮัสกี (husky)” ได้มาจากชื่อที่ใช้เรียกชาวอินนูอิต (Inuit) ว่า “ฮัสกีส์ (huskies)” โดยคณะสำรวจคนขาว (Caucasian) คณะแรก ๆ ที่มาถึงแผ่นดินของพวกเขา ส่วนคำว่า “ไซบีเรียน (Siberian)”

ได้มาจากไซบีเรียนั่นเองเนื่องจากความคิดที่ว่าสุนัขลากเลื่อนนี้ถูกใช้ในการข้ามสะพานแผ่นดินของช่องแคบเบริงที่เป็นทางเข้าสู่หรือออกจากรัฐอะแลสกา ซึ่งทฤษฎีนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในหมู่ผู้ที่ทำการศึกษาค้นคว้า สุนัขที่สืบเชื้อสายมาจากสุนัขเอซคิโมสามารถพบได้ตลอดซีกโลกด้านเหนือจากไซบีเรียถึงประเทศแคนาดา, รัฐอะแลสกา, กรีนแลนด์, แลบราดอร์ (Labrador) และเกาะแบฟฟิน (Baffin Island)

เลี้ยง ไซบีเรียนฮัสกี้ ยังไงให้มีสุขภาพดี

ไซบีเรียน

สำหรับการเลี้ยงน้องหมาสายพันธุ์ไซบีเรียนให้มีสุขภาพดีเป็นเรื่องที่ไม่ยากเย็นเลยค่ะ เพียงแค่ผู้เลี้ยงทั้งมือเก๋า และผู้เลี้ยงมือใหม่ ทำความเข้าใจสายพันธุ์ โรคประจำสายพันธุ์ ศึกษาพฤติกรรม และวิธีการเลี้ยงที่เหมาะสมให้เหมาะกับน้องหมา น้องหมาก็จะมีสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิตใจที่แข็งแรง

1. ให้อาหารทีมีคุณภาพ

อาหารถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะส่งผลต่อสุขภาพของน้องหมาระยะยาว ซึ่งผู้เลี้ยงควรใส่ใจ และพิถีพิถันในเลือกชนิดอาหารที่มีคุณภาพ มีประโยชน์เหมาะกับช่วงอายุของน้องหมา และคำนวณปริมาณที่เหมาะสมให้กับน้องหมาแต่ละตัว (อ่านบทความเพิ่มเติม ให้อาหารปริมาณเท่าใด ถึงจะเหมาะกับน้องหมาของเรา?) ผู้เลี้ยงควรให้อาหารที่มีคุณภาพกับน้องหมาไซบีเรียนในปริมาณที่ไม่มากหรือน้อยจนเกินไปประมาณ 2 ครั้งต่อวัน โดยผู้เลี้ยงควรทำให้อาหารน้องหมาแต่ละมื้อมีความน่ากินเพราะน้องหมาไซบีเรียนส่วนมากมักจะมีปัญหาเรื่องกินอาหารยาก เบื่ออาหารง่าย และจะยอมอดอาหารเป็นเวลาหลายวันหากอาหารที่ผู้เลี้ยงให้อาหารที่ไม่ถูกปาก

ซึ่งเรื่องกินอาหารยากของน้องไซบีเรียน ไม่ได้เกิดมาจากนิสัยเลือกอาหารนะคะ แต่เป็นเพราะตามนิสัยธรรมชาติของไซบีเรียนเป็นน้องหมากินน้อย เนื่องจากตอนที่ยังเป็นน้องหมาลากเลื่อน ที่อาศัยอยู่ในสภาพอากาศหนาวเย็น ทุรกันดาร มีอาหารให้กินน้อย และหายาก ร่างกายของน้องหมาจึงปรับไปตามสภาพแวดล้อมให้กินอาหารได้ทีละไม่มาก และมีระบบเผาผลาญอาหารที่ช้ากว่าน้องหมาในเขตอบอุ่น โดยน้องหมาเหล่านี้จะได้กินอาหาร 3 วันต่อ 1 มื้อ ซึ่งจะเป็นพวกเนื้อนกเพนกวิน สิงโตทะเล ฯลฯ ที่มีโปรตีนและไขมันสูง ร่างกายจึงสามารถเก็บสารอาหารไว้ใช้ได้ยาวนานกว่า จึงทำให้น้องหมาที่อาศัยในเขตหนาวไม่จำเป็นต้องกินอาหารบ่อย ๆ แต่ก็ยังมีพลังงานในการที่จะวิ่งหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติและอดทนต่อสภาพความหนาวเย็นของแถบขั้วโลกได้นั่นเองค่ะ

ไซบีเรียน

ฉะนั้น เราจึงเห็นได้ว่า เมื่อน้องหมาไซบีเรียนถูกนำมาเลี้ยงตามบ้าน แม้น้องหมาจะกินอาหารน้อยหรือกินไม่หมดทุกมื้อ ก็ยังจะมีแรงวิ่งเล่นหรือมีแรงซนจนหอบได้เหมือนเดิมโดยไม่แสดงอาการว่าหิว หรือต้องการอาหารเลย ซึ่งไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกอะไร เพราะนี่คือสภาพร่างกายตามปกติของน้องหมาที่อยู่ในเขตหนาวค่ะ

แต่หากผู้เลี้ยงอยากกระตุ้นให้น้องหมาเกิดความอยากอาหารก็สามารถทำได้ด้วยการพาน้องหมาไปออกกำลังกาย ทำอาหารให้อุ่นขึ้นเพื่อให้อาหารส่งกลิ่นกระตุ้นความอยากอาหาร หรือนำอาหารสำเร็จรูปมาผสมกับอาหารอื่นชนิดอื่น ๆ เพื่อเพิ่มรสชาติและอรรถรสในการกินมากขึ้น (อ่านเพิ่มเติมวิธีเปลี่ยนอาหารง่ายๆ ให้น้องหมาขี้เบื่อ) และควรหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดที่เป็นอันตรายต่อน้องหมา ซึ่งสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากบทความ อาหารต้องห้ามสำหรับสุนัข แนะนำว่า หากน้องหมากินอาหารอิ่มหรือหยุดกินอาหารแล้ว ผู้เลี้ยงไม่ควรคะยั้นคะยอให้น้องหมากินตามความต้องการของผู้เลี้ยงนะคะ เพราะนอกจากจะเกิดการสะสมทำให้อ้วนแล้ว ยังมีผลทำให้น้องหมามีพลังงานสะสมมากเกิน ซึ่งจะทำให้น้องหมาซน และแสบสุดๆ เลยล่ะค่ะ

สำหรับน้องหมาไซบีเรียนที่มีโรคประจำสายพันธุ์เกี่ยวกับโรคตาค่อนข้างมาก แนะนำว่า ให้ผู้เลี้ยงเสริมอาหารชนิดต่าง ๆ ที่ช่วยบำรุงสายตาเข้าไปในมื้ออาหารให้น้องหมาก็จะดีมาก ๆ หรืออาจจะเลือกซื้ออาหารเม็ดสำเร็จรูป อาหารเสริมที่มีส่วนประกอบของ Lutein ธรรมชาติ (ลูทีน พบได้ทั่วไปในผักใบเขียว ข้าวโพด และ ไข่แดง เป็นสารที่มีส่วนสำคัญในการบำรุงสายตา) ที่ช่วยป้องกันและชลอการเสื่อของจอประสาทตา วิตามิน A ที่ช่วยบำรุงและช่วยในการมองเห็นของน้องหมาก็ได้ค่ะ

2. ออกกำลังกายปลดปล่อยพลังงาน

การออกกำลังกาย เป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้เลยจริง ๆ สำหรับน้องหมา ไซบีเรียน ฮัสกี้ ที่เรียกได้ว่าเป็น น้องหมาบ้าพลัง ที่มีความกระตือรือร้น และชอบสิ่งใหม่ ๆ การพาน้องหมาไปออกกำลังกายเป็นสิ่งที่น้องหมาไซบีเรียนชอบและมีความสุขมาก แต่ผู้เลี้ยงก็อย่าลืมที่จะใส่สายจูงให้น้องหมาทุกครั้ง เพื่อป้องกันน้องหมาวิ่งหนีเตลิดออกนอกเส้นทางหรือหลุดหายไป เพราะน้องหมาไซบีเรียนขึ้นชื่อเรื่องชอบวิ่งหนีหายไป หากไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่มีรั้วรอบขอบชิด การให้น้องหมาอยู่ในสายจูงจึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการป้องกันปัญหาน้องหมาหายได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

ไซบีเรียน

สำหรับวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับไซบีเรียนควรเป็นกิจกรรมที่น้องหมาได้ใช้พลังงานเยอะ ๆ เช่น การพาไปวิ่งในสวนสาธารณะ หากิจกรรมชวนน้องหมาเล่นเกมส์ ของเล่นเพื่อฝึกสมองให้น้องหมาเพื่อป้องกันโรคอัลไซเมอร์ หรือการพาน้องหมาไปว่ายน้ำ ที่จะช่วยป้องกันเรื่องโรคข้อสะโพกเสื่อม (สิ่งที่ต้องระวังก่อนพาน้องหมาลงสระคือ ต้องแปรงขนของน้องหมาเพื่อเอาขนที่ผลัดออกมาไปให้ก่อน และต้องมั่นใจว่า น้องหมาของเราไม่เป็นโรคผิวหนัง และไม่มีอาการผิวหนังอักเสบใด ๆ ก่อนที่จะลงสระเพื่อป้องกันการติดเชื้อ และแนะนำให้ลงสระระบบน้ำเกลือ ซึ่งน้ำเกลือนั้นจะไม่เป็นอันตรายต่อขนและผิวหนังของสุนัขนั่นเองค่ะ

การพาน้องหมาไปออกกำลังกายเป็นประจำนอกจากจะช่วยให้น้องหมาได้ปลดปล่อยพลังงาน ไม่ดื้อไม่ซน และช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ ความใกล้ชิดระหว่างผู้เลี้ยงกับน้องหมา ซึ่งการออกกำลังกายก็ยังมีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหากินยากของน้องหมาไซบีเรียนได้อีกทางหนึ่ง และช่วยให้น้องหมามีสุขภาพจิตใจที่ดีที่จะส่งผลให้น้องหมามีอายุยืนยาวอีกด้วยนะคะ

3. ดูแลรักษาความสะอาด

Siberian Husky
  • ขน สำหรับขนของน้องหมาเป็นสิ่งที่ผู้เลี้ยงต้องดูแลเป็นพิเศษเลยค่ะ เพราะน้องหมาไซบีเรียน เป็นน้องหมาที่มีขน 2 ชั้น หนาฟู เพื่อช่วยป้องกันทั้งความหนาวและแสงแดดแผดเผา โดยจะมีการผลัดขนอย่างน้องปีละครั้ง ส่วนตัวเมียก็ประมาณ 2 ครั้งต่อปี ซึ่งจะกินเวลาประมาณ 2-3 อาทิตย์ผู้เลี้ยงจึงต้องหมั่นแปรงขนเป็นประจำทุกวันเพื่อผลัดช่วยขนเก่าให้หลุดออกมาและเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสังกะตัง ส่วนเรื่องการอาบน้ำ อาจจะอาบให้น้องหมาเดือนละ 1 ครั้งก็ได้ค่ะเพราะ ไซบีเรียนเป็นน้องหมาที่รักความสะอาด และไม่ค่อนมีกลิ่นตัว แนะนำว่า หากผู้เลี้ยงอาบน้ำให้น้องหมา ผู้เลี้ยงต้องล้างแชมพูให้สะอาดและเป่าขนน้องหมาด้วยไดร์จนแห้งสนิททุกครั้ง เพื่อป้องกันผิวหนังอับชื้น ที่อาจก่อให้เกิดเชื้อราและเกิดโรคผิวหนังขึ้นได้ค่ะ รวมถึงผู้เลี้ยงอาจจะตัดขนตามจุดสำคัญต่าง ๆ เช่น ใต้อุ้งเท้า รอบก้น ใต้ท้อง ซึ่งเป็นจุดเล็ก ๆ ที่อาจทะให้เกิดความอับชื้น คราบเหลืองซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นตัว และอาจหาซื้ออาหารเสริมให้น้องหมาไซบีเรียนกินเพื่อบำรุงผิวหนังและขนให้ชุ่มชื่นสุขภาพดีร่วมด้วยก็ได้นะคะ
  • เล็บ สำหรับน้องหมาไซบีเรียน การตัดเล็บถือเป็นเรื่องที่ผู้เลี้ยงไม่ต้องกังวลสักเท่าไหร่ เพราะน้องหมามักจะชอบวิ่งเล่นเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว เล็บของน้องหมาก็จะฝนกับพื้นและสั้นลงโดยธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างไร ผู้เลี้ยงก็ควรตรวจดูเล็บของน้องหมาบ้างเพื่อไม่ให้เล็บยาวเกินไป จะได้ไม่เป็นอุปสรรคในการเดินของน้องหมา ซึ่งในบางครั้งเล็บอาจโค้งงอลงมาทิ่มเนื้อจนเกิดการอักเสบได้ค่ะ
  • ฟัน ผู้เลี้ยงควรแปรงฟันให้น้องหมาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง โดยใช้แปรงสีฟันสำหรับน้องหมา หรืออาจจะหาของเล่นขัดฟันมาให้น้องหมาแทะเล่นเพื่อลดการเกิดหินปูน และหากน้องหมามีปัญหาช่องปาก เช่น มีกลิ่นปาก ปวดฟัน เหงือกอักเสบ ผู้เลี้ยงก็อย่านิ่งนอนใจควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากเพื่อสุขภาพที่ดีของน้องหมาค่ะ
  • ดวงตา เป็นอวัยวะที่ผู้เลี้ยงต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยในขั้นต้นผู้เลี้ยงสามารถดูแลรักษาความสะอาดน้องหมา ด้วยใช้สำลีชุบน้ำเช็ดที่มุมหัวตาเป็นประจำ และหมั่นสังเกตดวงตาของน้ำหมาอย่างสม่ำเสมอ หากพบอาการผิดปกติ เช่น มีขี้ตาเยอะ ขี้ตามีสีเขียวขุ่น ตาแดง น้ำตาไหลเยอะ ก็ควรพาน้องหมาไปพบสัตวแพทย์เพราะอาการเหล่านี้เป็นอาการเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพดวงตาที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการมองเห็น เพราะโดยส่วนใหญ่น้องหมาไซบีเรียนมักจะพบปัญหาดวงตา เช่น ต้อกระจก จอตาเสื่อมหรือเหี่ยว ซึ่งอาการเหล่านี้ต้องอยู่ในการดูแลของสัตวแพทย์ แต่ทั้งนี้เอง หากน้องหมาได้รับการดูแลทำความสะอาดเป็นประจำก็จะช่วยให้อาการที่น้องหมาเป็นอยู่ดีขึ้นได้ค่ะ
  • หู เป็นอวัยวะอันดับต้น ๆ ที่ผู้เลี้ยงมักมองข้ามการดูแลไป ผู้เลี้ยงควรตรวจดูความผิดปกติของหูและเช็ดทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละ 1- 2 ครั้ง หากพบว่าน้องหมาเกาหู สะบัดหัว ขี้หูเปลี่ยนเป็นสีดำ สีเหลือง และมีกลิ่นเหม็น ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติค่ะ

4. สอนให้น้องหมารู้จักกฏระเบียบของบ้าน

ผู้เลี้ยงควรสอนให้น้องหมาไซบีเรียนแสนสนรู้จักกฏระเบียบต่าง ๆ ภายในบ้าน โดยก่อนอื่นควรเริ่มจากผู้เลี้ยงต้องสร้างกฏระเบียบให้สมาชิกในครอบครัวปฏิบัติกับน้องหมาไปในทิศทางเดียวกันที่ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะส่งผลต่อลักษณะนิสัย และพฤติกรรมของน้องหมา เช่น หากจะไม่อนุญาตให้น้องหมานอนบนโซฟาทุกคนในบ้านก็ต้องปฏิบัติเหมือนกันคือ คอยห้ามน้องหมาไม่ให้ขึ้นไปนอนบนโซฟา และทำให้น้องหมารับรู้ว่า โซฟาไม่ใช่ที่ที่น้องหมาจะอยู่ได้ ทั้งนี้ การปฏิบัติตามกฏระเบียบหากทุกคนไม่ปฏิบัติร่วมกันก็อาจทำให้น้องหมาเกิดการสับสนว่าอะไรคือสิ่งที่ทำได้ หรือทำไม่ได้ ในที่สุดน้องหมาก็จะกลายเป็นหมาดื้อ ไม่เชื่อฟังคำสั่ง และกฏระเบียบที่ตั้งไว้ … การรักษากฏระเบียบควรทำร่วมกันทั้งครอบครัว ห้ามผ่อนปรนหรือยืดหยุ่นกฏให้กับน้องหมา และไม่ควรมีการเปลี่ยนแปลงกฏเพื่อน้องหมาจะได้ไม่เกิดความสับสน ที่อาจส่งผลให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ได้ค่ะ

Siberian Husky

นอกจากการตั้งกฏระเบียบให้สมาชิกคนอื่น ๆ ภายในบ้านปฏิบัติตามแล้ว ผู้เลี้ยงยังจะต้องรู้จักวางตัวให้เป็น “จ่าฝูง” และวางลำดับให้ฝูง (สมาชิกในครอบครัว) โดยให้น้องหมาอยู่ในระดับต่ำสุด ซึ่งผู้เลี้ยงอาจจะใช้หลักจิตวิทยาง่าย ๆ ให้น้องหมายอมสยบและเชื่อฟังคำสั่ง เช่น ให้น้องหมาเดินเข้าออกประตูหลังเราเสมอ เวลาพาน้องหมาเดินในสายจูงเราต้องเดินนำหน้าเสมอ หรือเรียกน้องหมาให้มาหาเรา โดยที่เราจะไม่เดินหรือวิ่งตามน้องหมา ซึ่งการทำแบบนี้จะเป็นการบอกให้น้องหมารับรู้ตำแหน่งว่า เราคือจ่าฝูง และอยู่เหนือกว่า ส่วนน้องหมาคือลูกฝูงนั่นเองค่ะ

รวมถึงผู้เลี้ยงยังควรฝึกให้น้องหมารู้จักระเบียบในการขับถ่าย ซึ่งผู้เลี้ยงควรฝึกน้องหมาตั้งแต่เพิ่งรับมาเลี้ยงหรือยังเป็นน้องหมาเด็กอยู่ โดยกำหนดพื้นที่ที่น้องหมาสามารถขับถ่ายได้ เพื่อลดภาระในการทำความสะอาด ปัญหาอึฉี่เรี่ยราด และเพื่อสุขลักษณะที่ดีของน้องหมาค่ะ

5. ตรวจสุขภาพ … พบสัตวแพทย์

ผู้เลี้ยงควรหมั่นพาน้องหมาไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์เป็นประจำ อย่างน้อยทุก 6 เดือน เพราะว่าการพาน้องหมาไปตรวจสุขภาพจะช่วยทำให้ผู้เลี้ยงรู้ถึงแนวโน้ม หรือความเสี่ยงของการเกิดโรคต่าง ๆ ซึ่งเป็นผลดีที่ทำให้ผู้เลี้ยงสามารถเตรียมรับมือ และรักษาน้องหมาได้อย่างทันท่วงทีหากตรวจพบโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะกับน้องหมาไซบีเรียนที่มักจะมีความเสี่ยงในการเกิดโรค และความผิดปกติต่าง ๆ

Siberian Husky
  • ภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ (Hypothyroidism) ที่เกี่ยวกับระบบการเผาผลาญพลังงานในเนื้อเยื่อต่าง ๆ มีผลต่อการสังเคราะห์โปรตีนและไขมันในร่างกาย โดยจะพบอาการ เช่น ระบบสืบพันธุ์ผิดปกติ พฤติกรรมเปลี่ยน โดยมากมักจะเซื่องซึม ไม่กระฉับกระเฉง น้ำหนักตัวเพิ่ม กระจกตาอักเสบและมีแผลหลุม เส้นขนหยาบแห้ง ขนร่วงช่วงท้ายของตัวและหาง ฯลฯ
  • ภาวะขาดสังกะสี (Zinc deficiency) และภาวะ Zinc responsive dermatoses ที่มักเกิดจากการทานอาหารคุณภาพต่ำที่ขาดสังกะสีหรือไม่ได้สมดุล เช่น อาหารที่มีแคลเซียมมากไป เนื่องจากแคลเซียมจะไปขัดขวางการดูดซึมสังกะสีในลำไส้ หรืออาหารที่มีไฟเตท (phytate) ที่มีอยู่มากในพวกธัญพืชมากไป เพราะไฟเตทจะไปจับกับสังกะสี ทำให้ลำไส้ดูดซึมสังกะสีไม่ได้ ซึ่งจะส่งผลให้น้องหมาเกิดสะเก็ดรังแคหนา คันตามรอบตา คาง หู รอบปาก ขนหลุดร่วงง่ายที่ดูคล้ายสุนัขที่เป็นขี้เรื้อนหรือเชื้อรา ฯลฯ
  • โรคข้อสะโพกเสื่อม (Hip Dysplasia) ที่ทำให้หัวกระดูกต้นขาไม่สามารถสวมเข้าอย่างสนิทกับเบ้าของกระดูกสะโพก ทำให้มีความผิดปกติในการเคลื่อนไหวขาหลังของน้องหมา สังเกตได้จากน้องหมาจะลุก นั่ง เดิน นอน ได้ลำบาก
  • ภาวะท้องเสียเรื้อรัง ที่มีสาเหตุจากพันธุกรรมที่ผิดปกติ ซึ่งทำให้ภาวะภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ มีผลให้ทางเดินอาหารอักเสบเรื้อรัง ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งอาจเกิดจากภาวะไวต่ออาหารหรือสารที่อยู่ในอาหาร เช่น โปรตีน สารแต่งกลิ่น สารถนอมอาหาร เป็นต้น โดยน้องหมาจะมีอาการถ่ายเหลวเรื้อรังไม่หายขาด อุจจาระมักมีเมือกปน น้ำหนักตัวลดลงเรื่อย ๆ ซึ่งสามารถพบได้ทั้งน้องหมาไซบีเรียนเพศผู้และเพศเมีย
  • โรคต้อกระจก (Cataract) มักพบในน้องหมาไซบีเรียนที่มีอายุน้อยกว่า 6 ปี โดยมากมักตรวจพบตอนอายุ 6 -12 เดือน โดยอาจเป็นแค่ตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ สาเหตุส่วนใหญ่เนื่องจากพันธุกรรม และอาจเป็นร่วมกันกับโรคจอตาเสื่อม ซึ่งน้องหมาจะมองไม่เห็นในเวลากลางคืน อาจมีพฤติกรรมเปลี่ยน ถ้าอยู่ในที่ไม่คุ้นเคยจะเดินชนสิ่งกีดขวางเนื่องจากการมองเห็นที่ลดลง
  • โรคลมชัก (Epilepsy) น้องหมาพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี จัดว่าเป็นสายพันธุ์ที่ติด 1 ใน 10 ที่พบโรคนี้มาก โดยเฉพาะกรณีที่มีการผสมเลือดชิด (ผสมพันธุ์กันในหมู่เครือญาติ) อายุที่พบว่าเริ่มมีอาการมากที่สุด คือ 6 เดือนถึง 3 ปี โดยทั่วไปสุนัขที่พบโรคลมชักก่อน 2 ปีจะทำการรักษาและควบคุมอาการได้ยากกว่าสุนัขที่เจออาการตอนอายุมาก เมื่อเทียบกันพบว่าเจอในสุนัขเพศผู้มากกว่าเพศเมีย

ความผิดปกติ และโรคต่าง ๆ ที่กล่าวมานี้ สามารถเกิดขึ้นได้กับน้องหมาไซบีเรียนทุกตัว ไม่เว้นแม้แต่น้องหมาของผู้เลี้ยงเอง ฉะนั้น ผู้เลี้ยงก็อย่าลืมที่จะใส่ใจและดูแลสุขภาพน้องหมาของตนเอง หากพบน้องหมามีอาการผิดปกติ ก็ไม่ควรนิ่งเฉยต่ออาการที่น้องหมาแสดงออกมาเหล่านั้น แต่ให้รีบพาน้องหมาไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์เพื่อหาความผิดปกติ เพราะนั้นอาจหมายถึงโรคร้ายแรงที่อาจคร่าชีวิตของน้องหมาแสนรักของผู้เลี้ยงไปเลยก็ได้

ติดตามเรื่องราว ของเหล่าสัตว์โลกสุดน่ารัก ที่ใครเห็นก็ต้องอมยิ้มอย่างแน่นอน ได้ที่ zoo-topia.com

หาเงินออนไลน์ได้ง่ายๆ แค่คลิก : PG SLOT

สัตว์ โลกน่ารัก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *